กาแฟ ร้านกาแฟ น่านั่ง เบเกอรี่ เค้กและขนมปังแสนน่าทาน

พบกับข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ กาแฟ กาแฟสด กาแฟโบราณ ร้านกาแฟ น่านั่ง ทั้งในกรุงเทพ เชียงใหม่และต่างจังหวัด เมล็ดกาแฟ การเปิดร้านกาแฟ พร้อมทั้งสูตรกาแฟต่างๆ ได้ที่นี่

การชิมกาแฟ วิธีการชงกาแฟแบบ Cupping

ชิมกาแฟ ชงกาแฟ

จากโพสก่อนหน้านี้ ที่ได้พูดถึงเรื่องวิธีการชงกาแฟแบบต่างๆแล้ว หนึ่งในนั้นก็มีการชงกาแฟอยู่วิธีหนึ่งที่ใช้สำหรับนักชิมกาแฟโดยเฉพาะหรือที่เราเรียกว่าวิธี “Cupping” นักชิมกาแฟจะชงกาแฟด้วยวิธี Cupping ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ รสชาติและองค์ประกอบต่างๆของกาแฟ จึงดูแล้วไม่ใช่วิธีการชงกาแฟเพื่อดื่มซะทีเดียว แต่เป็นการชงกาแฟเพื่อชิมกาแฟ มากกว่า

 

 

ชิมกาแฟ ชงกาแฟ

อะไรบ้างที่นักชิมกาแฟมองหาจากการชิมกาแฟ

ข้อที่ 1 คือ “กลิ่น”

ซึ่งจะแบ่งการทดสอบออกได้เป็น 2 อย่างคือ

- การทดสอบขณะกาแฟแห้ง : ทดสอบกลิ่นขณะที่เป็นเม็ดกาแฟคั่ว บด ในขณะที่แห้งอยู่ยังไม่มีการเติมน้ำ

- การทดสอบขณะกาแฟเปียก : ทดสอบกลิ่นของกาแฟเวลาที่เติมน้ำร้อนหรือในขณะที่ได้รับอ๊อกซิเจนขณะอากาศผ่านลงไป

การทดสอบขณะกาแฟแห้ง

ใช้ทดสอบความสดใหม่ของกาแฟ ระดับการคั่วต่างๆ มีเกณฑ์การทดสอบ ดังนี้

1. Sweet (ความหวาน)

2. Spicy (ความเผ็ดร้อน)

3. Roasty (กลิ่นจากการคั่ว)

4. Nutty (กลิ่นหอมพืชที่อยู่ใต้ดิน)

5. Malty (กลิ่นหอมธัญพืช)

6. Carbony (กลิ่นไหม้เกรียมเหมือนถ่าน)

7. Stale (กลิ่นอับ)

8. Fresh (ความสดใหม่)

การทดสอบขณะกาแฟเปียก

ใช้ทดสอบกลิ่นของกาแฟเมื่อรวมกับน้ำและอ๊อกซิเจน ซึ่งจะได้ความเข้มของกลิ่นมากกว่าแบบแห้ง

 มีเกณฑ์การทดสอบ ดังนี้

1. Smooth (ความนุ่มนวล)

2. Fresh (ความสดใหม่)

3. Lively (ความสด)

4. Creamy (กลิ่มหอมมันแบบครีมๆ)

5. Sharp (กลิ่นฉุนบาดจมูก)

 

 

ชิมกาแฟ ชงกาแฟ

ข้อที่ 2 คือ “ความเป็นกรด และ ความมีชีวิตชีวา”

กรดที่อยู่ในกาแฟแต่ละชนิดสามารถที่จะเป็นตัวที่สร้างความมีชีวิตชีวาให้กาแฟมีความน่าดื่มได้ ซึ่งถ้าหากมีกรดในกาแฟน้อยเกินไปก็จะได้กาแฟที่ขาดรสชาติ ขาดความมีชีวิตชีวา เช่นกันกับว่าถ้าหากกาแฟมีกรดมากไปก็จะทำให้เสียรสชาติไปนั่นเอง

 

ซึ่งมีเกณฑ์การทดสอบ ดังนี้

1. Nippy (การแสดงรสชาติออกมาอย่างความว่องไว)

2. Neutral (ความเป็นกลาง พอดี พอเหมาะ)

3. Soft (ความนุ่มนวล)

4. Tangy (ความเปรี้ยว)

5. Tart (ความเปรี้ยว)

6. Rough (ความหยาบ)

7. Mild (อ่อนโยน เบาๆ)

8. Delicate (ละเอียดอ่อน)

9. Smooth (ความนุ่มนวล)

10. Winey

 

ชิมกาแฟ ชงกาแฟ

ข้อที่ 3 คือ “สภาพเมล็ดกาแฟ”

 

มีเกณฑ์การทดสอบ ดังนี้

1. Full (ความเต่งตึง เมล็ดอวบ)

2. Rich (ความสวย ได้รูปทรงของเมล็ด)

3. Fat (ความอ้วน)

4. Thin (ความผอม)

 

 

ชิมกาแฟ ชงกาแฟ

ข้อที่ 4 คือ “รสชาติ”

ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญและมีความน่าค้นหามากเพราะว่ากาแฟแต่ละชนิดจะให้รสชาติที่ต่างกันบางชนิดให้รสชาติ

เหมือนช๊อกโกแลต บางชนิดเหมือนผลไม้ มาดูกันครับว่าเค้าวัดอะไรบ้าง

1. Fruity (คล้ายผลไม้)

2. Winey (คล้ายไวน์)

3. Buttery (รสเนย)

4. Caramel (รสคาราเมล)

5. Chocolate (รสช๊อกโกแลต)

6. Blackcurrent (ผลไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่นหอม)

7. Woody (กลิ่นไม้)

8. Grassy (รสแบบหญ้าๆ)

9. Honey (รสน้ำผึ้ง)

10. Liquorice (รสชะเอม)

11. Malty (รสมอลต์)

12. Nutty (รสถั่ว)

13. Spicy (รสเผ็ดรส หรือ เครื่องเทศ)

 

ชิมกาแฟ ชงกาแฟ

ข้อที่ 5 คือ “รสชาติหลังการดื่มที่คงค้างในปาก”

มีเกณฑ์การทดสอบ ดังนี้

1. Sweet (ความหวาน)

2. Sour (ความเปรี้ยว)

3. Bitter (ความขม)

4. Sharp (ความคม แรง)

5. Smooth (ความนุ่ม)

6. Full

7. Silky (อ่อนละไม)

8. Burnt (ไหม้ๆ)

9. Dry (แห้งๆ)

 

ซึ่งหลังจากที่นักชิมกาแฟได้ชงกาแฟแบบ Cupping และชิมกาแฟตามเกณฑ์ต่างๆหมดแล้วนั้นก็จะมีการเขียนสรุปคุณสมบัติของกาแฟแต่ละชนิดเพื่อส่งข้อมูลไปยังฝ่ายผลิตหรือนักวิจัยในการพัฒนาคุณภาพหรือปรับปรุงรสชาติกันต่อไป

 

(ขออนุญาติแปลคำศัพท์จากคำภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยให้อ่านนะครับ ความจริงแล้งบางคำมันอธิบายเป็นภาษาไทยยาก ออกแนวว่าไม่แปลจะดีกว่า แต่ก็ขอพยายามแปลให้ได้อารมณ์ตามที่ ภาษาอังกฤษต้องการสื่อ อาจจะไม่ตรงในบางคำ เพี้ยนไปบ้าง ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

 

Reference : ineedcoffee

    หัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจ